เซาแธมป์ตันเฉือนฟูแล่มท้ายเกม
เซาแธมป์ตันเฉือนฟูแล่มท้ายเกม การแข่งขันฟุตบอลถ้วยเก่าแก่ของอังกฤษอย่าง เอฟเอ คัพ รอบที่ห้า กลายเป็นค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น เมื่อเซาแธมป์ตันสามารถบุกไปเฉือนเอาชนะฟูแล่มได้แบบหวุดหวิด 1-0 จากลูกจุดโทษในช่วงทดเวลาบาดเจ็บที่สนามเครเวน คอตเทจ
เซาแธมป์ตันเฉือนฟูแล่มท้ายเกม จุดโทษนาทีบาปพาเข้ารอบเอฟเอ คัพแบบสุดดราม่า
เกมนี้ดูเหมือนกำลังจะต้องลากยาวไปสู่ช่วงต่อเวลาพิเศษ แต่เหตุการณ์สำคัญในนาทีสุดท้ายของเกมกลับพลิกทุกอย่าง เมื่อแนวรับของฟูแล่มทำพลาดในจังหวะสำคัญ ส่งผลให้ทีมเยือนจากเดอะ แชมเปี้ยนชิพ คว้าตั๋วเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศได้สำเร็จชัยชนะครั้งนี้ไม่เพียงสร้างความดีใจให้กับแฟนบอลเซาแธมป์ตันเท่านั้น แต่ยังถือเป็นหนึ่งในผลการแข่งขันที่พลิกความคาดหมายของรายการในฤดูกาลนี้อีกด้วย
จุดโทษช่วงทดเวลาเปลี่ยนเกมทั้งแมตช์
เกมการแข่งขันดำเนินมาจนถึงนาทีที่ 90 โดยทั้งสองทีมยังคงเสมอกันแบบไร้สกอร์ จังหวะสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ ฟินน์ อาซาซ พยายามวิ่งทำทางเพื่อหลีกเลี่ยงตำแหน่งล้ำหน้า ก่อนจะถูก โยอาคิม อันเดอร์เซ่น เข้าสกัดจนล้มลงในเขตโทษผู้ตัดสินไม่ลังเลที่จะชี้ไปที่จุดโทษทันที ท่ามกลางเสียงโวยวายของผู้เล่นเจ้าบ้าน
หน้าที่สังหารจุดโทษตกเป็นของ รอสส์ สจ๊วต ซึ่งจัดการยิงด้วยความมั่นใจ ส่งบอลพุ่งต่ำเสียบมุมผ่านมือของ เบนจามิน เลคอมต์ ผู้รักษาประตูฟูแล่มเข้าไปอย่างเด็ดขาดประตูดังกล่าวกลายเป็นประตูชัยของเกม และเป็นประตูที่ส่งเซาแธมป์ตันผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายของเอฟเอ คัพ
ฟูแล่มขาดตัวหลัก เกมรุกลดประสิทธิภาพ
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อรูปเกมของฟูแล่มคือการขาดหายไปของ แฮร์รี่ วิลสัน ปีกตัวเก่งที่มีอาการบาดเจ็บบริเวณข้อเท้าเขาได้รับบาดเจ็บจากเกมก่อนหน้าที่พบกับท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ และไม่สามารถลงสนามช่วยทีมได้ในแมตช์นี้เมื่อไม่มีผู้เล่นที่มีความคิดสร้างสรรค์ในเกมรุก ฟูแล่มจึงดูขาดความเฉียบคมและการสร้างโอกาสที่ชัดเจน
นอกจากนี้ มาร์โก ซิลวา ผู้จัดการทีมยังเลือกหมุนเวียนผู้เล่นถึง 9 ตำแหน่ง หลังจากเพิ่งพ่ายแพ้ต่อเวสต์แฮมในเกมลีกกลางสัปดาห์ ส่งผลให้จังหวะการเล่นและความต่อเนื่องของทีมดูสะดุดพอสมควร
โอกาสของทั้งสองทีมตลอดเกม
แม้จะเป็นทีมจากลีกที่ต่ำกว่า แต่เซาแธมป์ตันกลับเป็นฝ่ายสร้างโอกาสได้มากกว่าในช่วงต้นเกมนาทีที่ 12 ฟูแล่มได้ลุ้นก่อนจาก ออสการ์ บ็อบบ์ ที่ลากบอลตัดจากด้านขวาเข้ามายิง แต่จังหวะสุดท้ายถูกแนวรับของเซาแธมป์ตันสกัดไว้ได้
ต่อมาฟูแล่มเกือบได้ประตูจากจังหวะที่ ดาเนียล เปเร็ตซ์ เตะเปิดเกมเร็ว แต่เกิดความผิดพลาดจนบอลไปเข้าทาง โรดริโก มูนีซ ยิงเข้าประตูไป อย่างไรก็ตามผู้ตัดสินยกเลิกประตูดังกล่าว เนื่องจากลูกบอลยังเคลื่อนที่ในจังหวะเริ่มเล่นจากหน้าประตู
ฝั่งเซาแธมป์ตันเองก็มีโอกาสสำคัญเช่นกัน โดย ลีโอ เซียนซ่า หลุดเดี่ยวจากกลางสนามหลังสวนกลับเร็ว แต่จังหวะยิงกลับพลาดเป้าไปอย่างน่าเสียดายก่อนหมดครึ่งแรก เซียนซ่ายังพลาดอีกครั้งจากลูกวอลเลย์ที่ยิงข้ามคานออกไป
ครึ่งหลังฟูแล่มเร่งเกมแต่ยังไม่คม
ช่วงครึ่งหลังฟูแล่มพยายามเร่งเกมมากขึ้นเพื่อหวังทำประตูขึ้นนำโรดริโก มูนีซ มีโอกาสโหม่งจากระยะใกล้ แต่บอลกลับลอยข้ามคานออกไปต่อมา ทิโมธี คาสตาญ ยิงบอลเข้าประตูได้ แต่ VAR ตรวจสอบและยืนยันว่ามีจังหวะล้ำหน้า ทำให้ประตูถูกปฏิเสธ
ด้านเซาแธมป์ตันยังคงเล่นเกมรับได้อย่างแข็งแกร่ง โดย เทย์เลอร์ ฮาร์วูด-เบลลิส โชว์จังหวะสกัดสำคัญจากลูกยิงของ ไรอัน เซสเซญง ที่เกือบจะกลายเป็นประตูของเจ้าบ้านเมื่อเกมดูเหมือนจะจบลงด้วยการเสมอและต้องต่อเวลาพิเศษ เหตุการณ์ฟาวล์ของอันเดอร์เซ่นในช่วงท้ายเกมจึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดของการแข่งขัน
เซาแธมป์ตันลุ้นต่อในรอบก่อนรองชนะเลิศ
ชัยชนะในแมตช์นี้ทำให้เซาแธมป์ตันผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศของเอฟเอ คัพ และรอการจับสลากประกบคู่ในวันจันทร์ผลงานดังกล่าวถือเป็นกำลังใจสำคัญสำหรับทีมจากแชมเปี้ยนชิพที่กำลังพยายามสร้างผลงานในรายการบอลถ้วยควบคู่ไปกับการแข่งขันในลีกขณะที่ฟูแล่มต้องกลับไปโฟกัสกับการแข่งขันพรีเมียร์ลีก หลังจากพลาดโอกาสลุ้นแชมป์ถ้วยสำคัญของประเทศในฤดูกาลนี้ไปอย่างน่าเสียดาย
สรุป
การแข่งขันระหว่างฟูแล่มและเซาแธมป์ตันถือเป็นอีกหนึ่งเกมที่สะท้อนเสน่ห์ของฟุตบอลถ้วยอังกฤษได้อย่างชัดเจน เพราะทีมที่ถูกมองว่าเป็นรองสามารถสร้างเซอร์ไพรส์และเอาชนะทีมจากลีกสูงสุดได้การตัดสินใจเพียงเสี้ยววินาทีของกองหลัง รวมถึงความนิ่งของผู้ยิงจุดโทษ สามารถเปลี่ยนชะตาของเกมได้ทันที
สำหรับแฟนบอลที่ติดตามฟุตบอลถ้วยหรือชื่นชอบการวิเคราะห์เกมแบบลึก ๆ การแข่งขันลักษณะนี้มักเต็มไปด้วยรายละเอียดทางแท็กติกและจังหวะสำคัญที่น่าสนใจ ซึ่งสามารถติดตามบทวิเคราะห์และข่าวสารฟุตบอลเพิ่มเติมได้จากแพลตฟอร์มกีฬาชั้นนำอย่าง brazil999 หรือ บราซิล999 ที่รวบรวมเรื่องราวของฟุตบอลจากลีกดังทั่วโลกไว้ให้แฟนบอลได้ติดตามอย่างต่อเนื่อง
